คู่มือเตรียมไฟล์พิมพ์ (ฉบับมืออาชีพ)
เช็คลิสต์ 6 ข้อสำคัญ เพื่อให้งานพิมพ์คมชัด สีไม่เพี้ยน
🎨 1. โหมดสี (Color Mode)
ทำไมต้องทำ? จอคอมแสดงผลด้วยแสง (RGB) แต่เครื่องพิมพ์ใช้หมึก (CMYK) ถ้าส่งไฟล์ RGB มา เครื่องจะแปลงสีเองทำให้สี “หมองลง” ทันที
- ต้องตั้งค่าไฟล์เป็น CMYK Color เท่านั้น
- วิธีเช็ค: ไปที่เมนู Image > Mode > CMYK Color
🔍 2. ความละเอียด (Resolution)
ทำไมต้องทำ? ภาพที่ดูชัดบนจอมือถือ อาจแตกยับเมื่อพิมพ์จริง เพราะงานพิมพ์ต้องการความละเอียดสูงกว่าหน้าจอถึง 4 เท่า
- งานทั่วไป (นามบัตร/โบรชัวร์): ต้องใช้ 300 DPI ขึ้นไป (ขนาดเท่าจริง)
- งานป้ายไวนิลใหญ่: อนุโลมที่ 100-150 DPI ได้
✂️ 3. ระยะตัดตก (Bleed)
ทำไมต้องทำ? เครื่องตัดกระดาษอาจคลาดเคลื่อนได้ 1-2 มม. ถ้าไม่เผื่อขอบไว้ อาจเกิด “ขอบขาวแลบ” หรือ “ตัวหนังสือขาด” ได้
- Bleed: ต้องทำพื้นหลังเกินขอบงานจริงออกมาด้านละ 2 มม.
- Margin: วางตัวหนังสือ/โลโก้ ห่างจากขอบเข้ามาอย่างน้อย 3 มม.
🔤 4. ตัวอักษร (Create Outlines)
ทำไมต้องทำ? ป้องกัน “ฟอนต์เด้ง” หรือเปลี่ยนรูปแบบเองเมื่อเปิดเครื่องอื่น
- ต้องแปลง Text เป็น Vector (Create Outlines) เสมอ
- หรือฝังฟอนต์มาในไฟล์ PDF ให้เรียบร้อย
⚪ 5. หมึกขาว / รองขาว (White Ink)
ทำไมต้องทำ? หมึก CMYK เป็นหมึก “โปร่งแสง” เมื่อพิมพ์ลงวัสดุใส (สติกเกอร์ใส/PET) หรือวัสดุสี (โฮโลแกรม/ฟอยล์/คราฟท์) สีจะจมไปกับพื้นหลัง ต้องพิมพ์ “หมึกขาว” รองไว้ก่อน สีถึงจะสดตามที่ออกแบบ
| โหมดพิมพ์ | ผลลัพธ์ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ไม่รองขาว (พิมพ์ปกติ) | สีโปร่งแสง เห็นพื้นหลังทะลุผ่านงานพิมพ์ | ต้องการเอฟเฟกต์ใส/เห็นเนื้อวัสดุ เช่น โฮโลแกรมให้รุ้งทะลุสี |
| รองขาว (Selective White) | ขาวเฉพาะจุดที่มีลาย สีสดคมชัด พื้นที่ว่างยังใส | สติกเกอร์ใส/PET ที่อยากให้โลโก้เด่นแต่ยังเห็นพื้นวัสดุ (นิยมที่สุด) |
| ขาวล้วน (Flood White) | รองขาวเต็มพื้นที่ เหมือนพิมพ์บนสติกเกอร์ขาว | งานที่ต้องการสีเป๊ะตามจอ ไม่ต้องการความใสเลย |
- แยกเลเยอร์หมึกขาวออกมา ตั้งชื่อว่า “White” วางไว้บนสุด
- ถมสีในเลเยอร์ White ด้วย Spot Color (ตั้งชื่อ swatch ว่า White) หรือ K 100% อย่างใดอย่างหนึ่ง — ห้ามใช้สีขาวจริง (0/0/0/0) เพราะเครื่องจะอ่านเป็น “ไม่พิมพ์”
- ตั้งค่า swatch เป็น Overprint เพื่อไม่ให้เจาะทะลุสี CMYK ข้างล่าง
- บริเวณที่ไม่ต้องการหมึกขาว ให้เว้นว่างไว้ (ไม่มี object ในเลเยอร์นั้น)
⚠️ ระวัง: หมึกขาวจะถูกพิมพ์ตามรูปทรงในเลเยอร์ White เป๊ะๆ ถ้าออกแบบให้ขาวล้ำขอบลายสีแม้ 0.5 มม. จะเห็น “ขอบขาวแลบ” ชัดเจน — แนะนำหดขอบเลเยอร์ขาวเข้ามา (Choke) ประมาณ 0.2–0.3 มม. ให้เล็กกว่าลายสีเล็กน้อย
✨ 6. เคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV)
ทำไมต้องทำ? Spot UV คือการเคลือบเงานูนเฉพาะจุด (เช่น โลโก้) ให้ตัดกับพื้นด้าน — เครื่องต้องรู้ว่า “จุดไหนเคลือบ จุดไหนไม่เคลือบ” จึงต้องแยกไฟล์บอกตำแหน่งมาต่างหาก ไม่ใช่พิมพ์รวมมากับสี
- สร้างเลเยอร์แยก ตั้งชื่อว่า “SpotUV” หรือ “Varnish”
- ตำแหน่งที่ต้องการเคลือบ ถมด้วย K 100% (ดำล้วน) — ส่วนที่ไม่เคลือบเว้นว่าง
- ต้องเป็น Vector เท่านั้น ห้ามใช้ภาพ raster หรือไล่เฉด (gradient) เพราะเคลือบได้แค่ “เคลือบ/ไม่เคลือบ” ไม่มีระดับกลาง
- ตำแหน่งต้อง ทับตรงกับลายสีในไฟล์หลักเป๊ะ (ขนาดกระดาษ/จุดอ้างอิงเดียวกัน)
⚠️ ระวัง: ระบบมีค่าคลาดเคลื่อนการวางตำแหน่งประมาณ 0.2–0.5 มม. — หลีกเลี่ยงการ Spot UV บนตัวอักษรเล็กกว่า 8pt หรือเส้นบางกว่า 0.3 มม. เพราะอาจเหลื่อมจนดูเลอะ